"กาบใบแห้ง ภัยร้ายใต้กอข้าว"
โรคกาบใบแห้ง (Sheath Blight) เป็นหนึ่งในศัตรูพืชที่มีความรุนแรงและส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของผลผลิตข้าวไทย โดยเฉพาะในระยะที่ข้าวสะสมอาหารเพื่อสร้างรวง หากเกษตรกรละเลยการเฝ้าระวัง เชื้อราสาเหตุสามารถทำลายต้นข้าวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ใบเหี่ยวแห้ง กระบวนการสังเคราะห์แสงหยุดชะงัก นำไปสู่ปัญหาเมล็ดลีบ และทำให้ผลผลิตต่อไร่ลดลงอย่างมหาศาล
โรคนี้มีสาเหตุจากเชื้อรา Rhizoctonia solani ซึ่งมีความทนทานสูงต่อสภาพแวดล้อม เนื่องจากสามารถสร้าง "เม็ดขยายพันธุ์" ที่ช่วยให้เชื้อมีชีวิตรอดข้ามฤดูในดินและตอซังได้นาน
แหล่งสะสมและแพร่กระจายของเชื้อ
- ตอซังและฟางข้าว เป็นแหล่งพักตัวหลักของเม็ดขยายพันธุ์หลังเก็บเกี่ยว
- เมล็ดพันธุ์ เชื้อสามารถปนเปื้อนไปกับเมล็ดที่ไม่ได้มาตรฐาน
- วัชพืชรอบแปลงนา เป็นพืชอาศัยสำรองที่ช่วยให้เชื้อหมุนเวียนทำลายข้าวได้ตลอดปี
- ดินนา เม็ดขยายพันธุ์ที่ตกค้างในดินพร้อมจะงอกเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม
เกษตรกรควรหมั่นสังเกตอาการของโรคที่มักปรากฏเป็นหย่อมๆ ภายในแปลงนา
โดยมีลำดับการลุกลามดังนี้
- ระยะเริ่มต้น มักเริ่มพบแผลที่ กาบใบใกล้ระดับน้ำ ในระยะข้าวแตกกอ
- ลักษณะแผลเชิงเทคนิค แผลมีลักษณะเป็นจุดสีเขียวปนเทา เมื่อแผลพัฒนาขึ้นจะขยายตัวเป็นวงกระจายตามความยาวของกาบใบ โดยกลางแผลจะมีสีขาวจางและขอบแผลมีสีน้ำตาลปนดำ อย่างชัดเจน
- การลุกลามสู่ส่วนบน เมื่อต้นข้าวเบียดเสียดกัน เชื้อจะลามขึ้นสู่ใบข้าว และในกรณีที่รุนแรงเชื้อจะลามไปถึง ใบธง และ กาบหุ้มรวง
- ผลกระทบต่อผลผลิต เมื่อใบธงถูกทำลาย กระบวนการสังเคราะห์แสงที่จำเป็นต่อการสร้างแป้งในเมล็ดจะเสียไป ส่งผลให้ใบเหี่ยวแห้งตาย และเมล็ดลีบ อย่างรุนแรง
การใช้สารป้องกันและรักษา
- อะซอกซีสโตรบิน
- โพรพิโคนาโซล หรือ ไดฟีโนโคนาโซล+โพรพิโคนาโซล
- ไอโซโพรไทโอเลน
- คาซูกาไมซิน
- ไพราโคสโตรบิน
แหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิง
- เอกสารแจ้งเตือนเรื่อง “โรคกาบใบแห้ง (Sheath blight Disease)” จัดทำโดย ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- บทความ "โรคกาบใบแห้ง" บนเว็บไซต์ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร จัดทำโดย กรมส่งเสริมการเกษตร
- เอกสารองค์ความรู้เรื่องข้าว "โรคกาบใบแห้ง" จัดทำโดย กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์